หงส์ฟอร์มดุ..!! ยำเสือใต้คาถิ่น3-0

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกชาวอียิปต์งัดฟอร์มสุดยอดพังประตูที่ 4 ใน 5 เกม หลังล่าสุดบุกไปปราบเจ้าถิ่น “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค แชมป์จากเยอรมันคา อัลลิอันซ์ อารีน่า 3-0 ในเกม ออดี้ คัพ ส่งผลให้ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อป ตบเท้าผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ พบกับ แอตเลติโก มาดริด ในคืนวันพุธนี้

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิคยอดทีมของเยอรมัน ส่ง โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ กับ ฮาเมส โรดริเกซ สองผู้เล่นใหม่ลงเล่นในอัลลิอันซ์ อารีน่าเป็นนัดแรก แนวรับได้ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ คุมแผงหลัง ส่วนแดนกลางวาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ และ โธมัส มุลเลอร์ กัปตันทีมลงทำเกม สามประสานแดนหน้าอันตรายทีเดียวมีทั้ง ฮาเมส โรดริเกซ, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ฟร้องค์ ริเบรี่

ทางด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สวมชุดเยือนใหม่สีขาว-เขียว ของฤดูกาล 2017-18 ลงสนามเป็นครั้งแรกในเกมในออดี้ คัพ ตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ ลอริส คาริอุส นายทวารวัย 24 ปี ชาวเยอรมันลงมาเฝ้าเสา ส่วนแนวรับใช้งาน โฌแอล มาติป กับ เดยัน ลอฟเรน ยืนเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ สำหรับแดนกลางวาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กัปตันทีม), เอ็มเร่ ชาน และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงทำเกมสนับสนุนสามประสานแดนหน้าทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เข้าทำประตู

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เร้าลูกทีมต้องดีกว่านี้อีก ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นอีก แม้ยำบาเยิร์น

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อว่า ทีมของตนยังต้องยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นอีก และยังมีอีกหลายด้านที่ต้องปรับปรุง ถึงแม้ได้ชัยชนะสุดหรูด้วยการพิชิต บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสร บุนเดสลีกา เยอรมัน 3-0 ในศึก ออดี้ คัพ ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อวันอังคารที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูล ได้ประตูจาก ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 7, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาทีที่ 34 และ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ นาทีที่ 83 โดยพวกเขาจะลงเตะเกมรอบชิงชนะเลิศกับ แอตเลติโก มาดริด วันพุธที่ 2 สิงหาคมนี้

คล็อปป์ กล่าว.. “เราเล่นได้สุดยอดเกือบทุกด้านเลย เรายังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม แต่เราก็เล่นกันได้ดี ในช่วงครึ่งแรกเราเล่นกับบอลกันได้ไม่ดีพอ แต่เราก็เริ่มทำกันได้ดีในช่วงครึ่งหลัง การประสานงานในช่วงครึ่งแรกไม่ค่อยดีนัก เราเล่นกันไม่เลวก็จริง แต่เราสามารถทำได้ดีกว่านี้ และนั่นเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำให้ได้ ส่วนด้านเกมรับในกรอบเขตโทษเราทำได้ดี คู่เซนเตอร์แบ็กเล่นได้เยี่ยมเลย ความจริงจังในการซ้อมของเราช่วงสองสามวันที่ผ่านมาถือว่าน่าประทับใจ เราซ้อมกันหนักมาก”

สเตอร์ริดจ์ยันเจ็บแค่จิ๊บๆหลังอัดเสือใต้ยับ

สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวเก่ง ลิเวอร์พูล ยันไม่ได้เจ็บหนักจากจังหวะยิงให้ต้นสังกัดชนะ บาเยิร์น มิวนิค
แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกตัวเก่ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมายืนยันเมื่อวันพุธที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า เขาไม่ได้รับบาดเจ็บหนักแต่อย่างใดจากจังหวะยิงประตูช่วยให้ต้นสังกัดเอาชนะ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมแห่งเยอรมัน 3-0 สเตอร์ริดจ์ เป็นผู้พังประตูปิดท้ายในเกมที่อัลลิอันซ์ อารีน่า โดยเขาได้บอลจาก เบน วู้ดเบิร์น ก่อนกระชากจากกลางสนามเข้าไปชิพบอลข้ามหัว สเวน อูลริช นายทวาร บาเยิร์น ส่งลูกเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม แต่ก็ได้รับบาดเจ็บต้นขาตึงจากจังหวะนั้น อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแข้งวัย 27 ปีออกมายืนยันว่าอาการของตัวเองไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด

“มันเป็นอาการตึงเล็กน้อย เราฝึกซ้อมกันมากมาย ผมคิดว่ามันเป็นเพียงความล้า ผมจะโอเค ผมรู้สึกเยี่ยม ผมทำงานหนักในซัมเมอร์นี้ ผมไม่ได้พลาดการซ้อมมากมาย ผมรู้สึกยอดเยี่ยมที่สุดในรอบหลายเดือน”

ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ออกมาเผยว่า ประทับใจกับฟอร์มของดาวเตะทีมชาติอังกฤษในช่วงปรี-ซีซั่น และหวังว่าลูกทีมจะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผมยังไม่สามารถบอกได้ (ถึงอาการบาดเจ็บ) เขาเจ็บต้นขา เขามีการเตรียมตัวที่ดีจริงๆ ดังนั้น ผมหวังว่านี่จะเป็นเพียงการบาดเจ็บเล็กน้อยและเขาสามารถเล่นได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้ ประตูนั้นยอดเยี่ยมและเขาก็มีโอกาสอีกครั้งก่อนหน้านั้น คุณเห็นได้ว่าเขาเร็วแค่ไหน มันน่าเสียดายและผมหวังว่ามันจะไม่มีอะไรรุนแรง” สเตอร์ริดจ์ กล่าว

เจาะลึก..!! หงส์กลับมาเข้าฟอร์มเทพ

“มาเน่ กับ ซาลาห์ คู่ดูโอมหาประลัย”
มาเน่ ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่า พร้อมจะให้ซาลาห์ยืนฝั่งซ้ายที่ถนัด ส่วนตัวเขาเล่นตรงไหนก็ได้ในสนาม นัดนี้ คล็อปป์จัดมายืนปีกขวา และเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่สองคนนี้ ออกสตาร์ตเป็น 11 ตัวแรกพร้อมกัน มาเน่ ทำให้เห็นแล้วว่า เขาเล่นฝั่งซ้ายได้ ไร้ปัญหาจริงๆ ประตูแรก เขาโชว์ความเร็ว ก่อนจบด้วยเท้าซ้ายเสียบเสาสองเหนือๆ ก่อนที่ ลูกสอง จะไขว้บอลให้โมเรโน่ เติมขึ้นครอสเข้ากลาง ก่อนเป็นซาลาห์โหม่งเข้าไป บอกได้เลยว่า มาเน่ มายืนฝั่งซ้ายก็อันตรายมาก เล่นดีไม่แพ้ฝั่งขวา ขณะที่ซาลาห์ พอมายืนตำแหน่งที่ตัวเองถนัดก็ระเบิดผลงานออกมาเรื่อยๆ ในส่วนของ ซาลาห์ ลงเล่น 5 นัด ในช่วงปรีซีซั่น กดไปแล้ว 4 ประตู นี่แสดงให้เห็นว่า เขาปรับตัวได้ไวมากๆ และด้วยฟอร์มแบบนี้ มาเน่ กับซาลาห์ จะออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ในเกมแรกที่วัตฟอร์ดแน่นอน

“ฟีร์มีโน่ เป็นกองหน้าที่เหมาะที่สุด ในสไตล์คล็อปป์”

5 เกมแรก ในปรีซีซั่น ฟีร์มีโน่เล่นแย่มาก เขามีโอกาสจบสกอร์จะจะ นับไม่ถ้วน แต่ยังยิงไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว มีคำถามมาเยอะมากถึง ฟีร์มีโน่ ที่เค้าคู่ควรหรือไม่ ที่จะออกสตาร์ตเป็นตัวจริง บางทีสเตอร์ริดจ์ หรือ โซลันกี้ อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ในเกมนี้ ฟีร์มีโน่ ทำให้เห็นว่า เขาเป็นหัวหอกที่เหมาะสมกับแผนการเล่นมากที่สุด ฟีร์มีโน่ เป็นหัวหอกแบบ ฟอลส์ไนน์ คือล้วงบอลต่ำ บางครั้งเล่นเหมือนกลางรุก หน้าที่ของเขา คือการพักบอล และจ่ายออกซ้ายขวาให้มาเน่ หรือ ซาลาห์ ถ้ามีจังหวะเหมาะๆค่อยยิงเอง และเกมนี้ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก มีจังหวะแย่งบอลสวยๆจากเท้าคู่แข่งให้เห็นหลายที

“ฟูลแบ็กสองข้าง เล่นดีมหัศจรรย์”

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ การันตี 11 ตัวจริงแน่นอน ด้วยฟอร์มแบบนี้ ส่วนหนึ่งเพราะนาธาเนียล ไคลน์เจ็บอยู่ แต่หายกลับมาก็ใช่ว่าจะแย่งเทรนต์ได้ แบ็กขวาวัย 18 ปี เล่นเกมรับได้สุดยอดมาก ทำให้ฟรองค์ ริเบรี่ และ ดาวิด อลาบา สองตัวทีเด็ดฝั่งซ้ายของเสือใต้เล่นไม่ออกเลย ขณะที่ แบ็กซ้าย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ น่าจะเป็นเกมที่เขาเล่นได้ดีที่สุด ในสีเสื้อลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ เกมรับแข็งแกร่ง การโอเวอร์แล็ปทำได้ถูกต้อง และประตูที่ 2 ที่ทีมได้มาก็เริ่มต้นจากเขา แถมเกือบยิงฟรีคิกเข้าด้วย ด้วยฟอร์มแบบนี้ โมเรโน่ จะได้อยู่กับทีมต่อ และขับเคี่ยวตัวจริงกับแอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในตำแหน่งนี้

“มิดฟิลด์ลงตัว อาจไม่ต้องการเกอิต้าแล้ว”

ในระบบ มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน คล็อปป์เลือกใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ เอ็มเร่ ชาน ในครึ่งแรก และเปลี่ยนใช้ ไวจ์นัลดุม กับ มาร์โก กรูยิช ในครึ่งหลัง เราจะเห็นว่า คล็อปป์ให้อิสระในการเล่นเกมรุก กับ 4 ตัวบน (ซาลาห์,มาเน่,คูตินโญ่,ฟีร์มีโน่) ดังนั้น มิดฟิลด์ตัวกลาง ต้องเล่นเกมรับอย่างมีวินัยมากๆ และไม่เติมขึ้นบ่อยๆ ซึ่งทั้ง 4 คน ที่ลงมา ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ยังเดายากว่า ชาน-เฮนโด้-ไวจ์นัลดุม ใครจะยืนเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรก ขณะที่กรูยิช อาจต้องรอโอกาสก่อน แต่ดูจากฟอร์มในเกมเสือใต้ เขาเล่นใช้ได้ และควรจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ด ถ้าอดัม ลัลลาน่าไม่ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าเสียก่อน

“ชัยชนะปรีซีซั่น ยังวัดอะไรไม่ได้”

ลิเวอร์พูล เล่นดีเสมอ และมีฟอร์มสวยๆตลอด ในช่วงปรีซีซั่น ย้อนกลับไป ในปี 2014 ลิเวอร์พูลถล่มดอร์ทมุนด์ ในเกมปรีซีซั่น 4-0 แต่สุดท้ายจบอันดับ 6 หรืออย่างซีซั่นที่แล้ว หงส์ถล่มบาร์เซโลน่า 4-0 ที่เวมบลีย์ แต่สุดท้ายก็จบได้แค่อันดับ 4 ดังนั้น การชนะบาเยิร์น มิวนิค 3-0 อาจเป็นเรื่องสวยงาม แต่ยังวัดอะไรไม่ได้มาก เพราะบาเยิร์น ปรีซีซั่นก็ไม่ได้ฟอร์มดี พวกเขาแพ้เอซี มิลาน 0-4 และแพ้ อินเตอร์ 0-2 การจะมาแพ้หงส์แดงอีกทีม ก็ไม่ได้แปลกอะไร อย่างไรก็ตาม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ และ ถึงตรงนี้ ลิเวอร์พูลเล่นปรีซีซั่นไปแล้ว 6 เกม ชนะ 5 เสมอ 1 สถิติสวยทีเดียว

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *